วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556



ประวัติกัปตันทีม



ชื่อ :ฟิลิปป์ ลาห์ม
เกิด : 11 พฤศจิกายน 1983
อายุ : 25 ปี
สถานที่เกิด : มิวนิค ,เยอรมัน
ส่วนสูง : 170 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : แบ็ก ซ้าย-ขวา
สโมสรปัจจุบัน 
สังกัด : บาเยิร์น มิวนิค
หมายเลข : 21
ข้อมูลสโมสรอาชีพที่เคยค้าแข้ง 
ปี 2001–2003 :บาร์เยิร์น มิวนิค ทีม B
ปี 2003–2005 :สตุ๊ดการ์ด ( ยืมตัว )
ปี 2005–2006 :บาร์เยิร์น มิวนิค ทีม B
ปี 2006–ปัจจุบัน :บาร์เยิร์น มิวนิค ( ทีมชุดใหญ่ )
ระดับทีมชาติ 
 ปี 2004-ปัจจุบัน :เยอรมัน
ประวัติการค้าแข้ง
    ฟิลิปป์ ลาห์ม เริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งก็อยู่กับบาเยิร์น มิวนิค ตั้งแต่เริ่มแรก ลาห์ม เติบโตจากการเป็นนักเตะเยาวชนของ "เสือใต้" ทีมต้นสังกัดปัจจุบัน โดยเริ่มเล่นในตำแหน่ง แบ็กซ้าย และเติบโตมาในทีมเยาวช ในฤดูกาล 2003-04 จากนั้น บาร์เยิร์น ก็ได้ตัดสินใจปล่อยตัวเขาไปหาประสบการณ์กับ สตุ๊ตการ์ต แบบยืมตัว ในระยะเวลา 2 ฤดูกาล โดยมีสถิติลงสนามทั้งหมด 52 นัด ยิงได้ 2 ประตู
      ในเดือน กรกฎาคม ปี 2005 แบ็กดาวรุ่ง ก็กลับมายัง ต้นสังกัด บาร์เยิร์น มิวนิค อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เขาก็เจออาการบาดเจ็บรบกวน จนต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่เป็นระยะ ซึ่งกินเวลาถึง 5 เดือน กว่าที่ ลาห์ม จะหายกลับมาอยู่บนผืนหญ้าอีกครั้งในเดือนธันวาคม 
ฟิลิปป์ ลาห์ม อาจจะจะถนัดเท้าขวา และธรรมชาติคือ แบ็กขวา แต่เขาก็สามรถเล่นเป็น แบ็กซ้าย ได้เป็นอย่างดี และในขณะเดียวกัน เจ้าตัวสามารถวิ่ง พาบอลทะลุทะลวงคู่แข่งได้อย่างสุดยอด จุดเด่นคือการลากไปถึงเส้นหลังแล้วตัดเข้ามาเปิดไปหน้าประตูให้เพื่อนร่วมทีม ไม่เพียงแน้น ลาห์มยังยิงด้วยเท้าขวาอย่างหนักหน่วง นั่นทำไห้เขาแจ้งเกิดกับ บาร์เยิร์น และทีมชาติ เยอรมัน โดยในระดับทีมชาติ เขาได้รับหน้าที่ให้เล่นทางซ้าย และเขาก็ทำได้ดีทีเดียว
      ลาห์มเป็นที่รู้จักและแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ในฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมัน เป็นเจ้าภาพ สามรถทำประตูสุดสวยในนัด ที่เยอรมัน เจอกับ คอสตาริก้า และก็เป็นนัดที่ทำให้หลายคนรู้จักเขามากขึ้น และในปีเดียวกันนี้ เขาก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของ ฟีฟ่า และ ไดรับการคัดเลือกเป็นผู้เล่นสุดยอดทีมแห่งปีของ ยูฟ่า และในศึกยูโร 2008 ที่จะมาถึงนี้ เรามาติดตามดูผลงานของเขา นักเตะที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น ฟูลแบ็กที่เป็น 1 ในผู้เล่นตำแหน่งแบ็กที่ดีที่สุดในโลก ล่าสุด ฟูลแบ็กหมายเลขหนึ่งของโลก เพิ่งนำ "เสือใต้" คว้าแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการสยบ ดอร์ทมุนด์ อริร่วมลีก ไป 2-1 


ตำนาน 3 แชมป์ของบาเยิร์น มิวนิค

ตำนาน 3 แชมป์ของบาเยิร์น มิวนิค

       Historique! ฟรองก์ ริเบรี่ และฆาบี้ มาร์ติเนซ ตะโกนดังสนั่นในการฉลองแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ของบาเยิร์น มิวนิค เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาได้สร้าง "ประวัติศาสตร์" ด้วยการเป็นทีมแรกของเยอรมันที่คว้า 3 แชมป์หลักได้ในฤดูกาลเดียวไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน และไม่เคยมีใครคิดว่ามันจะสวยงามขนาดนี้ ในพิธีการเฉลิมฉลองแชมป์ทั้ง 3 รายการของบาเยิร์น ที่มาเรียนปลาตซ์ หรือศาลาว่าการเมือง จุ๊ปป์ 

ไฮย์นเกส์ โค้ชผู้จะกลายเป็นตำนานตลอดกาลได้กล่าวว่า "เมื่อ 23 ปีที่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นคนรุ่นเก่าๆ


หน่อยคงจะจำกันได้ว่า ผมได้ให้สัญญากับพวกคุณว่าผมจะคว้ายูโรเปี้ยน คัพ กลับมาอีกครั้ง"


 "ผมอยากจะบอกว่าผมทำตามคำสัญญาได้แล้ว และนี่คือแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ" จากนั้นเสียงตะโกน "จุ๊ป จุ๊ป จุ๊ป" ก็ดังสนั่น โดยทุกคนได้เห็นภาพของยอดกุนซือวัย 68 ปียืนยิ้มจางๆ


แต่แฝงไว้ด้วยความภูมิใจอย่างที่สุด

 สำหรับลูกทีมอย่าง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และฟิลิปป์ ลาห์ม ผู้ซึ่งไม่เคยถูกยอมรับเท่าเหล่านักเตะ

ในตำนานผู้มาก่อนอย่าง "แดร์ ไกเซอร์" ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ เวลานี้พวกเขาได้ทำในสิ่งที่แม้แต่


ไกเซอร์เองก็ยังทำไม่ได้ 3 แชมป์ - บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และยูโรเปี้ยน คัพ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) 91 คะแนนในบุนเดสลีกา  29 ชัยชนะในลีก เสมอ 4 และแพ้เพียงนัดเดียว 98 ประตูที่ยิงได้ในลีก ด้วยผลงานที่ยิ่งใหญ่นี้ทำให้พวกเขาทั้งนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช และบอร์ดบริหาร ได้รับเชิญให้ลงนามใน 


"สมุดทองคำ" ประจำเมืองมิวนิค ซึ่งปกติแล้วมีเพียงอาคันตุกะที่ได้รับเชิญเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น เช่น 


ราชวงศ์ต่างๆ จึงจะมีโอกาสได้ลงนามในสมุดบันทึกเล่มนี้

 "นี่ทำให้สโมสรบาเยิร์น มิวนิค มีสถานะเทียบเท่ากับเหล่าประธานาธิบดี แต่ที่สุดแล้วบาเยิร์น มิวนิค คือ

เพชรยอดมงกุฏของวงการฟุตบอล"

รายชื่อนักเตะที่พึ่งซื้อมาใหม่


กองกลาง
โวล์ฟสบวร์กบาเยิร์นซื้อขาด
2/8/2013
กองกลาง
เลเวอร์คูเซนบาเยิร์นซื้อขาด
14/7/2013
กองกลาง
บาเยิร์นบาร์เซโลนาซื้อขาด
8/7/2013
กองหน้า
ฟิออเรนตินาบาเยิร์นซื้อขาด
1/7/2013
กองกลาง
เซนิตบาเยิร์นไม่มีค่าตัว
1/7/2013
กองหน้า
เบรเมนบาเยิร์นซื้อขาด
1/7/2013
กองหลัง
บาเยิร์นไมนซ์ไม่มีค่าตัว
1/7/2013
กองหลัง
บาเยิร์นไกเซอร์สเลาเทิร์นหมดสัญญายืมตัว
1/7/2013
กองกลาง
บาเยิร์นดอร์ทมุนด์ซื้อขาด

สนามของทีม


    
ชื่อเดิมฟีฟ่า เวิลด์ คัพ สเตเดี้ยม มิวนิก (ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006)
ลงเสาเข็ม21 ตุลาคม ค.ศ. 2002
เปิด30 พฤษภาคม ค.ศ. 2005
เจ้าของอัลลิอันซ์อารีนา มึนเชินชทาดิโยน
(Allianz Arena München Stadion GmbH)
ผู้ดำเนินการAllianz Arena München Stadion GmbH
พื้นสนามหญ้า
มูลค่าการก่อสร้าง340 ล้านยูโร
สถาปนิกเฮอร์ซอก แอนด์ เดอ มิวรอน
อารัปสปอร์ต
ความจุ71,137 (ลีก)
67,812 (ระดับสากล)
Executive Suites106
ขนาดสนาม105 เมตร x 68 เมตร
ใช้จัดงาน
บาเยิร์น มิวนิก
เทเอสเฟา 1860 มึนเชิน

ประวัติโคช


ชูเซบ "เปป" กวาร์ดีโอลา อี ซาลา (คาตาลัน: Josep "Pep" Guardiola i Sala) เกิดวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1971 ที่เมืองซันต์เปดอร์ บาร์เซโลนา แคว้นคาตาโลเนีย เป็นผู้จัดการฟุตบอลและนักฟุตบอลชาวสเปน กวาร์ดีโอลาเล่นในตำแหน่ง กองกลางตัวรับ และเล่นกับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นหลัก และยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมของ โยฮัน ครัฟฟ์ ที่นำทีมบาร์เซโลนาชนะการแข่งขันยูโรเปียนคัพครั้งแรก กวาร์ดีโอลายังเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเบรสเซีย, สโมสรฟุตบอลโรมา, สโมสรฟุตบอลอัลอาห์ลี และสโมสรฟุตบอลโดราโดสเดอซีนาโลอา ส่วนในการแข่งขันระดับนานาชาติ เป็นตัวแทนของฟุตบอลทีมชาติสเปน
และในบางครั้งยังเล่นในนัดกระชับมิตรใหักับฟุตบอลทีมชาติคาตาโลเนียอีกด้วย
หลังจากที่กวาร์ดีโอลาเกษียนจากการเป็นนักเตะ กวาร์ดีโอลาได้เป็นโค้ชให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาทีมบี และเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 ประธานสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ควน บาหอร์ตา ประกาศว่ากวาร์ดีโอลาจะแทน แฟรงค์ ไรจ์การ์ด ในตำแหน่งผู้จัดการทีมแรก โดยเซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2008[1] ในฤดูกาลแรกในฐานะผู้จัดการทีม บาร์เซโลนาชนะ 3 ตำแหน่งคือ ลาลีกา, โคปาเดลเรย์ และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในการที่นำทีมชนะยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ทำให้กวาดีโอลาร์เป็นผู้จัดการทีมที่อายุน้อยที่สุด และในฤดูกาลต่อมา กวาร์ดีโอลานำทีมบาร์เซโลนาชนะในซูเปร์โกปาเดเอสปาญา(Supercopa de España) โดยชนะสโมสรแอทเลติกบิลเบา และชนะในยูฟ่าซูเปอร์คัพ โดยชนะสโมสรฟุตบอลชาคห์ตาร์โดเนตสค์ และชนะในฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ โดยชนะสโมสรฟุตบอลเอสตูดีอันเตส (Estudiantes) ทำให้เป็นผู้จัดการที่นำถ้วยรางวัลชนะเลิศให้กับทีม 6 ถ้วยในการแข่งขันเพียงปีเดียว
แต่ในฤดูกาล 2011-2012 ที่บาร์เซโลนาไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งในลาลีกาและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก โดยในยูฟ่าฯนั้น หลังจากทีมตกรอบรองชนะเลิศ เมื่อเป็นฝ่ายเสมอกับสโมสรฟุตบอลเชลซี ที่สนามแคมป์นู ซึ่งเป็นสนามเหย้าของตัวเอง ตกรอบไปด้วยผลต่างของประตู กวาร์ดีโอลาก็ได้ประกาศจะลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมหลังจบฤดูกาล และขอหยุดพักการทำหน้าที่ผู้จัดการทีมทั้งหมดเป็นการชั่วคราว



ชุดบาเยิน

ชุดเหย้า



ชุดเยือน


วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวสโมสร

เสร็จพี่บาก! ริเบรี่ เบียด เมสซี่ คว้าแข้งยอดเยี่ยมยุโรป




         สหพันธ์ฟุตบอลทวีปยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศให้ ฟรองค์ ริเบรี่ (ฝรั่งเศส) จากบาเยิร์น มิวนิก เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของทวีปยุโรป ฤดูกาล 2012-13 หลังมีคะแนนชนะ ลิโอเนล เมสซี่ (อาร์เจนติน่า) จากบาร์เซโลน่า และคริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส) จากเรอัล มาดริด ไปได้
หลังจาก ฟรองค์ ริเบรี่ พาทีม “เสือใต้” คว้า 3 แชมป์เมื่อปีก่อน โดย ริเบรี่ คือหนึ่งนักเตะคนสำคัญที่ บาเยิร์น มิวมนิค ขาดไม่ได้ ซึ่งหลังจากรับรางวัลปีกหน้าบากได้กล่าวว่า “มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสุดที่ได้มายืนอยู่ที่นี่ ผมอยากขอบคุณเพื่อนร่วมทีมของผมทุกคน ครอบครัวและลูกของผม ที่คอยให้กำลังใจและในทุกสิ่งจนผมได้มายืนอยู่ตรงนี้”




รายชื่อนักเตะชุดปัจจุบัน


1เยอรมนีGKมานูเอล นอยเออร์
4บราซิลDFดังชี
5เบลเยียมDFดาเนียล ฟาน บุยเต็น
7ฝรั่งเศสMFฟร็องก์ รีเบรี
8สเปนMFคาบี มาร์ตีเนซ
9โครเอเชียFWมาริโอ มานด์ชูคิช
10เนเธอร์แลนด์MFอาร์เยิน รอบเบิน
11สวิตเซอร์แลนด์MFแจร์ดัน ชาชีรี
13บราซิลDFราฟินญา
14เปรูFWคลาวดีโอ ปีซาร์โร
15เยอรมนีDFยัน เคียร์ชฮอฟฟ์
17เยอรมนีDFเชโรม โบอาเทง
19เยอรมนีMFมารีโอ เกิทเซอ
20เยอรมนีFWแพทริค ไวห์เราช์
21เยอรมนีDFฟิลิปป์ ลาห์ม (กัปตันทีม)
22เยอรมนีGKทอม สตาร์ค
23เยอรมนีMFมิทเชลล์ ไวเซอร์
25เยอรมนีFWโทมัส มึลเลอร์
26เยอรมนีDFดีโก คอนเทนโท
27ออสเตรียDFดาวิด อลาบา
28เยอรมนีDFฮอลเกอร์ บัดชตูเบอร์
30บราซิลMFลูอิส กุสตาวู
31เยอรมนีMFบัสเตียน ชไวน์ชไตเกอร์ (รองกัปตันทีม)
32เยอรมนีGKลูคัส เรเดอร์
34เดนมาร์กMFปีแอร์-อีไมล์ ฮอจเบิร์ก
36เยอรมนีMFเร คาน
39เยอรมนีMFโทนี ครูส
เกียรติประวัติสโมสรบาเยิร์น มิวนิค



แชมป์สโมสรโลก : 1976, 2001,
แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ / ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก : 1974, 1975, 1976, 2001
แชมป์ยูฟ่า คัพ / ยูโรป้า ลีก : 1996
แชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ : 1967
แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมัน : 1932, 1969, 1972, 1973, 1974, 1980, 1981, 1985, 1986, 1987, 1989, 1990, 1994, 1997, 1999, 2000, 2001, 2003, 2005, 2006, 2008
แชมป์เดเอฟเบ โพคาล : 1957, 1966, 1967, 1969, 1971, 1982, 1984, 1986, 1998, 2000, 2003, 2005, 2006, 2008
แชมป์ซูเปอร์ คัพ เยอรมัน : 1983, 1987, 1990
แชมป์ลีกา โพคาล: 1997, 1998, 1999, 2000, 2004, 2007



สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิค หรือ เอฟเซไบเยิร์นมึนเชิน (เยอรมัน: FC Bayern München, อังกฤษ: FC Bayern Munich) เป็นสโมสรในประเทศเยอรมนี อยู่ที่เมืองมิวนิค อีกชื่อหนึ่งอาจเรียกว่า บาวาเรียมิวนิค เป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศเยอรมัน โดยสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุด (บุนเดสลีกา) มาครองได้มากถึง 22 ครั้ง แชมป์สโมสรโลก 2 ครั้ง ยูโรเปี้ยนคัพ/ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 5 ครั้ง ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 ครั้ง และยูฟ่าคัพ 1 ครั้ง
สโมสรก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1900 โดยสิบเอ็ดผู้เล่นฟุตบอลที่นำโดยฟรันซ์ จอร์น แม้ว่าบาเยิร์นจะชนะในการชิงแชมป์แห่งชาติในปี ค.ศ.1932 สโมสรก็ไม่ได้เลือกเล่นในบุนเดสลีกาที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1963 สโมสรมีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อกลางยุค 70 ภายใต้การนำของฟรันซ์ เบคเคนเบาเออร์ โดยได้แชมป์สโมสรยุโรป 3 สมัยติดต่อกัน (ค.ศ.1974-76) ในปีที่บาเยิร์นได้รับตำแหน่งสโมสรที่ประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอลเยอรมัน ชนะถึงห้าในสิบครั้งของบุนเดสลีกาล่าสุด รางวัลระดับนานาชาติล่าสุดของสโมสรคืออินเตอร์คอนติเนนตัลคัพในปี ค.ศ.2001 หลังจากที่พวกเขาได้แชมป์สโมสรยุโรปสมัยที่ 4 ในปีเดียวกัน
ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2005-06 บาเยิร์นใช้สนามอัลลิอันซ์อารีนาเป็นสนามเหย้าของตัวเอง ก่อนหน้านี้สโมสรได้เล่นในสนามโอลิมปิค สเตเดียม มิวนิคมาเป็นเวลา 33 ปี สีประจำสโมสรคือสีแดงและสีขาว และทีมได้แสดงให้เห็นถึงสีประจำรัฐบาวาเรีย บาเยิร์นเป็นสโมสรที่ใช้ระบบสมาชิกกว่า 162,187 คน นอกจากนี้ยังมี 2,764 ที่ลงทะเบียนแฟนคลับอย่างเป็นทางการร่วมกับ 192,162 คน สโมสรยังมีหน่วยงานด้านกีฬาอื่น ๆ อีก คือ หมากรุก, แฮนด์บอล, ยิมนาสติก, โบว์ลิ่ง, ปิงปอง, ผู้ตัดสินและทีมฟุตบอลอาวุโส รวมกันมีสมาชิกใช้งานมากกว่า 1,100 คน